พัฒนาศักยภาพไอทีของบุคคลากร

ค.ศ.2009 เป็นปีที่ทั่วโลกประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีไอทีก็ถูกหยิบยกขึ้นมา เป็นประเด็นหลักในการพัฒนาศักยภาพขององค์กร เพื่อลดต้นทุนและขยายโอกาสทางการตลาด จากสิ่งนี้เองทำให้การพัฒนาบุคลากรขององค์กร ให้มีความรู้ความสามารถด้านไอทีสูงขึ้นจึงมีคววามจำเป็นที่ตามมา

เรื่องนี้ไม่ใช่แต่เพียงองค์กรเท่านั้นที่จะต้องตระหนัก แต่พนักงานเองก็ต้องให้ความสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน เพราะผู้ที่มีความสามรรถด้านไอที จะได้รับการส่งเสริมมากขึ้น โอกาสในการทำงานก็ดีขึ้น หากองค์กรมีการอบรมก็ต้องให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หากมีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ที่บ้าน ก็ควรที่จะหาตำราต่างๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป มาฝึกหัดเพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเอง หรือแม้แต่ข่าวสาร งานสัมมนาต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย ก็ต้องสละเวลาไปเรียนรู้กันอย่างสม่ำเสมอ

มีผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้กล่าวถึงบุคลากรในอนาคตที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน คือ แรงงานด้านไอที และแรงงานทั่วไปที่มีความรู้ความสามารถในการใช้ไอทีสูงขึ้น หรือทีเ่รียกว่า “Super User” เพราะระบบงานต่างๆ ก็จะใช้ไอทีเป็นกลไกในการทำงานแทบทั้งสิ้น

คนไอทีไม่ต้องกลัวตกงานในยุคนี้ แต่ต้องบอกว่าต้ัองเป็นผู้ที่มีความรู้จริงๆ และยิ่งถ้ามีใบรับรองความสามารถด้านการใช้ซอฟต์แวรฺ์ ที่รับรองโดยผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายต่างๆ ก็จะมีโอกาสได้งานที่ดี และเงินเดือนสูงกว่า นอกจากนั้น เรื่องของประสบการณ์และความสำเร็จก็เป็นเรื่องที่สำคัญอีกอย่างเช่นกัน

ปัจจุบันนี้ แหล่งความรู้ทางไอทีมีอยู่มากมาย ทั้งในอินเทอร์เน็ต ร้านหนังสือ และงานสัมมนาและอบรมต่างๆ คนทำงานควรที่จะให้ความใส่ใจ อย่ามองว่าเป็นหน้าที่ขององค์กรทึ่จะต้องฝึกฝนพนักงาน คนที่ไม่ใส่ใจ จะมีบุคลิคภาพที่เฉยชาต่อไอที ซึ่งผู้บริหารจะมองออกว่าเป็นอย่างไร ถ้าอยากมีงานทำอย่างมั่นใจ ไอทีก็ต้องอยู่ในหัวใจเสมอครับ

Inovative HR Gang

สามชั่วโมงกับการบรรยายเรื่องไอทีกับกลุ่ม HR นับเป็นเรื่องท้าทายสำหรับผม แต่ก็นำเสนอข้อมูลในมุมของคนไอทีที่มีต่องานในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แต่ก็ทำให้ผมได้รับแนวคิดเกี่ยวกับเรื่อง e-Leaning ว่าทำไม? ไม่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย ซึ่งจริงแล้วเป็นเพราะพฤติกรรมของคนในสังคมไทย แต่ในต่างประเทศประสบความสำเร็จอย่างมาก

หางานผ่านเน็ต พฤติกรรมคนรุ่นใหม่

การหางานผ่านเว็บไซต์ชื่อดังหลายแห่ง อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่เท่าไรนัก แต่ก็ยังถือว่าเป็นพฤติกรรมใหม่ที่ยังมีคนทำงานอีกมากยังไม่คุ้นเคย เดี๋ยวนี้การหางานผ่านเน็ตมีตำแหน่งงานตั้งแต่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไปจนถึง พนักงานทำความสะอาด กันเลยทีเดียว ผมเคยไปใช้บริการในร้านอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด แอบมองผู้หญิงวัยรุ่นกำลังเข้าวเ็ว็บไซต์จัดหางาน ก็เลยชวนคุยถามไถ่ถึงตำแหน่งงานที่ต้องการจะสมัคร แต่กลับได้คำตอบที่ต้องประหลาดใจ เพราะเธอไม่ได้มาหางานให้ตัวเอง แต่กลับหางานให้กับแม่ที่อายุวัย 50 ในตำแหน่งแม่บ้าน และเธอได้บอกว่า หางานให้แม่ผ่านทางอินเทอร์เน็ตมาแล้ว 5 ครั้ง ทำให้ผมเิริ่มคิดถึงคนที่ไม่เคยสนใจหางานผ่านช่องทางนี้ อีกหน่อยคนเหล่านี้ก็คงจะไม่มีงานทำอีกต่อไป องค์กรจึงจำเป็นที่จะต้องรองรับพฤติกรรมดังกล่าวโดยเปิดช่องทางการรับสมัครงานผ่านเว็บไซต์ของบริษัท หรืออาจจะต้องเข้าไปใช้บริการของเว็บไซต์จัดหางานทั้งหลายที่มีฐานข้อมูลทรัพยากรมนุษย์ขนาดใหญ่ ที่จะสามารถคัดสรรบุคคลากรที่ตรงกับความต้องการขององค์กรได้อย่างรวดเร็ว การแข่งขันเพื่อที่จะได้คนเก่งคนดีมาร่วมงาน อินเทอร์เน็ตก็เป็นช่องทางสำคัญที่องค์กรควรจับตามอง!

การหางานผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นวิธีการที่ประหยัดที่สุดสำหรับคนหางาน และยัิงเป็นวิธีที่รักษาความลับได้ดี เพราะการสมัครไม่จำเป็นต้องเปิดเผย คงไม่ดีแน่หากมีคนในบริษัทเห็นเราเดินเข้าไปในบริษัทของคู่แข่ง แต่การให้ข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตไม่มีใครเห็น จนกว่าจะมีตำแหน่งงานที่เหมาะสมรออยู่ ตำแหน่งงานระดับสูงอย่างประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ก็มีการรับสมัครผ่านอินเทอร์เน็ตเช่นกัน เอาเป็นว่าเทรนด์นี้มาแรง และจะกลายเป็นมาตรฐานต่อไป

Longtail กับงานด้าน HR

บางท่านอาจจะเคยได้ยินเรื่องแนวคิด Long Tail กันมาบ้างนะครับ แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นก็จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับด้านการตลาด ซึ่งในความเป็นจริงแนวคิดนี้ถูกค้นพบจากการขายสินค้าบนโลกออนไลน์ เช่นเว็บไซต์ Amazon.com และ Netflix.com โดยผู้ที่ค้นพบแนวคิดนี้คือ Chris Anderson ในปี ค.ศ.2004 โดยเขียนเป็นบทความไว้ในนิตยสาร Wired magazine ดังที่เห็นในรูปด้านล่าง พบว่ากราฟสีเขียวมาจากสินค้าที่มียอดขายสูง ตลาดมีขนาดใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันกราฟที่เป็นสีเหลืองได้มาจากกลุ่มสินค้าที่มียอดขายไม่มาก แต่ก็มีความหลากหลายทำรายได้ไม่น้อยหน้าสินค้าดาวเด่น

รูปกราฟที่เห็นนี่ละครับคือที่มาของบทความเรื่อง The Long Tail แม้ว่าแนวคิดนี้จะเกิดขึ้นจากด้านการตลาด แต่ก็สามารถประยุกต์ใช้กับงานในด้าน HR ได้เช่นกัน โดยนำมาเปรียบกับทรัพยากรมนุษย์ของเรา ทีเ่ราน่าจะหันกลับมาให้ความสำคัญกับกลุ่มบุคลากรที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ซึ่งถ้านำมาพัฒนาแล้วก็อาจจะสามารถสร้างผลงานให้กับองค์กรได้สูงขึ้น และเนื่องจากบุคคลากรในกลุ่มนี้อาจจะสร้างรายได้ให้กับองค์กรไม่สูงนัก ดังนั้นการพัฒนาโดยการนำเอาเทคโนโลยีไอทีเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือ ก็จะสามารถลดต้นทุนลงได้ สอดคล้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในกลุ่ม Long Tail

นวัตกรรมทรัพยากรมนุษย์บนโลกยุคไอที

ความแปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังเข้าสู่ยุคสมัยแห่งสังคมอิเล็กทรอนนิกส์ ส่งผลกระทบให้หลายสิ่งหลายอย่างบนโลกของเราต้องหมุนตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มนุษย์คือทรัพยากรสำคัญที่จะต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่ิงด่วน เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นบุคคลากรกลุ่มแรกที่จะต้องพัฒนาตนเองเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และพัฒนาตนเองให้เข้าสู่ยุคสมัยใหม่ เข้าใจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างถ่องแท้ และสามารถนำไปประยุำกต์ใช้กับงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาจารย์ไชยยศ ปั้นสกุลชัย ปรามาจารย์ด้านการพัฒนาทรัยพากรมนุษย์ ได้ให้แนวคิดกับคนไอทีอย่างผมได้ย่างน่าสนใจไว้ว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เปรียบได้กับงานด้านการขาย หากมีแนวคิดใดที่จะนำมาใช้พัฒนาในองค์กร จะต้องขายแนวคิดนี้ให้กับคน 3 กลุ่ม ได้แก่

  1. คนที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด
  2. คนที่ควบคุมงานในแต่ละด้าน
  3. คนทำงาน

หากคนทั้งสามกลุ่มยอมรับในแนวคิดของท่านแล้ว การพัฒนาจึงจะมีประสิทธิผลสูงสุด ผมจึงได้แนวคิดมาประยุกต์เข้ากับองค์ความรู้ในด้านไอซีที ก็พบว่าเครื่องมือไอทีอันทันสมัยสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการลดต้นทุน ประหยัดเวลา กระตุ้นความสนใจ และวัดผลได้อย่างแม่นยำ เห็นทีคราวนี้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กับไอทีคงจะต้องจับมือกัน พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทย ให้มีศักยภาพเทียบเท่ากับนานาประเทศทั่วโลก เราสามารถนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาประยุกต์ใช้กับงานในด้านทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งสามด้าน ได้แก่ Recruitment, Training & Development และ Compensation & Benefits ดังจะกล่าวต่อไปในบล็อกนี้